news

‘พวกแข็งกร้าว’เตือน’ทรัมป์’ ต้องบีบ’จีน’ให้หนัก หลังทำท่าอ่อนข้อยอมช่วยZTE

ฐานเสียงบางส่วนของ ‘ทรัมป์’ และพวกสายแข็งกร้าวในคณะบริหารของเขา เรียกร้องให้เดินหน้ากดดันจีนหนักๆ ในการเจรจาต่อรองเรื่องการค้า หลังจากที่ประมุขทำเนียบขาวทำท่าโอนอ่อนจะยอมช่วยแซดทีอี ยักษ์ใหญ่การสื่อสารของแดนมังกรที่กำลังย่ำแย่หนักเพราะถูกสหรัฐฯลงโทษ

ข้อความซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ทางทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ (13 พ.ค.) ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดกระแสแห่งการมองโลกในแง่ดีอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ในหมู่ผู้ที่กำลังวาดหวังว่าสหรัฐฯกับจีนจะสามารถหลีกเลี่ยงสงครามการค้าระหว่างกันได้ ด้วยการเจรจาต่อรองและรอมชอมทำข้อตกลงกัน โดยที่มีบางคนบางฝ่ายระบุว่านี่คือสัญญาณบ่งบอกอันชัดเจนประการหนึ่งว่า ทรัมป์นั้นพรักพร้อมที่จะพูดจาทำดีลกับแดนมังกร

“มีความชัดเจนมากว่าทรัมป์นั้นต้องการหาทางทำข้อตกลงกับฝ่ายจีนในเรื่องว่าด้วยการค้า” เอียน เบรมเมอร์ (Ian Bremmer) ประธานบริหารของกลุ่มยูเรเชียกรุ๊ป (Eurasia Group) กล่าวในการให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์ก (Bloomberg) เมื่อวันจันทร์ (14 พ.ค.) “นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม (ทรัมป์) จึงส่ง (รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สตีเวน) มนูชิน พร้อมคณะผู้แทนขนาดใหญ่โตเอามากๆ (ไปเจรจากับจีนที่ปักกิ่ง) เมื่อสัปดาห์ก่อน” เขากล่าวต่อ (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bloomberg.com/news/videos/2018-05-14/-very-clear-trump-wants-a-china-trade-deal-says-bremmer-video)

ทวิตของทรัมป์นั้นบ่งบอกให้ทราบว่า เขากำลังทำงานร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในความพยายามที่จะทำให้ แซดทีอี บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนในด้านสมาร์ทโฟนและการสื่อสาร ยังคงสามารถอยู่ในธุรกิจต่อไป ภายหลังวอชิงตันออกคำสั่งห้ามบรรดาบริษัทอเมริกันขายเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ให้บริษัทแห่งนี้ ซึ่งกำลังทำให้แซดทีอีตกอยู่ในอาการเป็นอัมพาต

ทั้งนี้ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งอ้างอิงว่าได้รับการเปิดเผยจากบุคคลหลายรายผู้ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเจรจาทาการค้าในกรุงปักกิ่งช่วงหลังๆ นี้ ระบุว่าเรื่องการจัดการคลี่คลายคำสั่งแบนแซดทีอี คือเงื่อนไขที่จีนเรียกร้องให้ดำเนินการก่อนแล้วจึงจะยอมเจรจาต่อรองกับฝ่ายสหรัฐฯต่อไป (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.reuters.com/article/uk-usa-china-zte/trump-working-with-chinese-president-to-help-chinas-zte-get-back-into-business-idUSKCN1IE0QI)

“ข้อความ (ที่ฝ่ายจีนส่งออกมา) ก็คือ ‘เราต้องจัดการคลี่คลายเรื่องแซดทีอีก่อน แล้วเราจึงจะพูดจากันต่อไปได้’ หนึ่งในบุคคลที่เปิดเผยกับรอยเตอร์กล่าว

ขณะที่ตลาดการเงินต่างพากันต้อนรับข่าวนี้อย่างยินดีปรีดา แต่ก็มีปฏิกิริยาในด้านลบอย่างไม่คาดหมายจากบางภาคส่วนของฐานเสียงทางการเมืองของทรัมป์ เช่นเดียวกับพวกแนวคิดแข็งกร้าวในคณะบริหารของทรัมป์ก็แสดงความกังวลใจ

“ทำไมประธานาธิบดีของเราต้องห่วงใยเกี่ยวกับจำนวนตำแหน่งงานที่จีนจะต้องสูญเสียไป (หากแซดทีอีดำเนินงานต่อไปไม่ได้และต้องล้มครืนลง)? ทำไมจึงเป็นฝ่ายถอยก่อนในเรื่องเช่นนี้ในเวลานี้?” เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯผู้หนึ่งบอกกับ เบรตบาร์ต นิวส์ (Breitbart News) สื่อขวาจัดที่เชียร์ทรัมป์ตั้งแต่ตอนรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ความคิดเห็นจากพวกพันธมิตรของทรัมป์ที่ออกมาทางสื่อ และเว็บไซต์ แอ็กซิโอส (Axios) นำมาเน้นย้ำไว้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างมีการร่วมมือประสานงานกันเพื่อโน้มน้าวประธานาธิบดีให้รักษาจุดยืนอันแข็งกร้าวเอาไว้ในการเจรจาต่อรองทางการค้ากับจีน (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.axios.com/trump-china-trade-laura-ingraham-lou-dobbs-fox-news-7bf7da29-1fd7-4fcc-bc96-2d530f2ed58e.html)

ในอดีตที่ผ่านมาทรัมป์ได้เคยกลับหลังหันมาแล้วหลายครั้ง หลังถูกผลักดันหนักจากพวกสื่อที่เป็นเพื่อนมิตร เป็นต้นว่าในประเด็นปัญหาว่าด้วยการควบคุมอาวุธปืน ไปจนถึงเรื่องผู้อพยพ

มีเหตุผลอย่างอุดมสมบูรณ์สำหรับทรัมป์ที่ปรารถนาจะหลีกเลี่ยงสงครามการค้าและประคับประคองเศรษฐกิจสหรัฐฯให้เดินหน้าอย่างสดใสในช่วงเวลาไม่กี่เดือนก่อนจะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในปลายปีนี้ ทว่าเวลานี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนเลยว่าจีนมีความยินดีที่จะเสนออะไรให้บ้าง เพื่อเปิดทางให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯสามารถที่จะถอยกลับจากการข่มขู่ขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าเข้าจากจีน และหยิบยกเอาการอ่อนข้อของปักกิ่งนี้มาชูเด่นให้เห็นว่า คือการได้ชัยชนะอย่างสำคัญแล้ว

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์